เสร็จสิ้นการปรับแต่งพื้นฐานแล้ว ทีนี้เราก็จะมาปรับแต่งในขั้นที่สูงขึ้น ด้วยการปรับแต่ง Service *ข้อควรระวัง คุณควรที่จะถ่ายภาพ Service เดิมก่อนการปรับแต่งของคุณด้วยปุ่ม Print Screen และ Paste ลงโปรแกรม Paint เพื่อบันทึกค่าเดิมก่อนการปรับแต่ง เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดการปิด Service ที่ผิดพลาดแล้ว ทำให้ Application ของคุณไม่สามารถใช้งานได้ คุณจะได้สามารถย้อนคืนค่า Service เดิมของคุณด้วยการอ้างอิงค่าเดิมที่ได้บันทึกไปแล้ว เทคนิคที่นำเสนอนี้ เป็นการปิด Service ที่ไม่ได้ใช้ให้ได้มากที่สุด เหลือคงไว้เฉพาะ Service ที่จำเป็นในการใช้งานจริงๆ โดยเทียบการปรับแต่งกับ Service ของ Safe Mode with Networking และ Service ที่ได้ปรับแต่งแล้วของผมบน Windows Server 2003 ซึ่งหลังคุณปรับแต่งบน Vista แล้วระบบคุณจะสามารถใช้งานได้ตามปรกติ รวมถึงการเชื่อมต่อ Network ที่ยังสามารถทำได้โดยไม่มีปัญหา (แต่บางคุณสมบัติจะไม่ปรากฏ) ซึ่งผมจะอธิบาย ลักษณะของ Service ต่างๆใน Vista นี้ (เนื่องจาก Vista Service มีการเปลี่ยนแปลงจาก XP Service อยู่พอสมควร หลายๆ Service เป็น Service ใหม่ จึงควรระมัดระวังในการปรับตั้งด้วย)
เทคนิคนี้ เป็นเทคนิคที่ได้มีการทดสอบบนเครื่อง PC ที่มีการเชื่อมต่อ Network ภายไต้ Router กำหนดขอบข่าย IP ด้วย DHCP ไม่มีการเชื่อมต่อ แสกนเนอร์-กล้องดิจิตอล (แต่มีเว็บแคม) ใช้พอร์ตทุกชนิด รวมถึง USB และไม่ได้เชื่อมต่อ Printer แต่อย่างใด และเครื่อง เป็น Client หนึ่งบนเครือข่าย ไม่ได้เป็น Server บริการใดๆแต่อย่างใด และมีการเรียกใช้ Firewall และระบบ Security ทาง Network(เช่น การเข้ารหัสข้อมูล) ....... เอาหละ มาดูซักนิดว่า Service ที่ผมปิดมีอะไรบ้าง
นี่เป็น Service แบบเริ่มต้นของ Vista ที่ยังไม่ได้ปรับแต่งใดๆ

หลังจากการปรับแต่งแล้ว หน้าตาของ service จะเป็นดังนี้

วิธีการปรับแต่ง ง่ายๆ หากคุณมี PC มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับผม (ดังที่กล่าวข้างบน) ให้คุณเลือกปิดให้หมด ยกเว้นรายการดังรูปนี้ได้เลยทันที ส่วนรายการแตกต่างปลีกย่อย ผมจะอธิบายว่าคุณควรจะปิดส่วนไหน และส่วนไหนไม่ควรปิด.......
จากรูป ดังที่เห็น Service ที่ผมไม่ได้ปิดไปนั้นเป็น Service ที่คุณไม่ควรปิดแทบทั้งสิ้น แต่บางตัวคุณยังสามารถปิดได้อีก (ในกรอบสีเหลือง) ถ้าหากคุณไม่ต้องการที่จะใช้ ซึ่งรายการ Service ที่คุณไม่ควรจะปิดนั้นเป็นของระบบ ผมจะไม่อธิบายว่ามันทำงานอย่างไร (เอาเป็นว่ามันจำเป็นต้องอยู่ในเครื่องของคุณแล้วกัน) แต่ในส่วนกรอบเหลืองที่คุณยังสามารถปิดได้ มีหน้าที่การทำงานดังนี้ (ส่วนมากจะเป็น Service ใหม่ๆของ Vista)
Application Experience
Desktop Windows Manager Session Manager
> 2 อันนี้คู่กันครับ เกี่ยวกับระบบ Windows Aero หากไม่ต้องการใช้ก็ปิดไปเลยครับ (ในส่วนของ Application Experience อาจแตกต่างเล็กน้อย เพราะมันเป็นการเรียกแอพพลิเคชันมาใช้งานร่วมกับ Vista Aero เช่น การแสดงผลแบบ Thumbnail บน Taskbar แต่ถ้าหากคุณไม่ได้ใช้ Aero แล้ว การทำงานของ AE ก็จะเปล่าประโยชน์ครับ)
*Desktop Windows Manager Session Manager เป็น Service ที่แสดงผล Windows Aero และเป็น Service ที่กิน Resource มากที่สุด โดยมีปริมาณการใช้แรมสูงถึง 28mbDiagnostic Policy Service
Diagnostic System Host
> Service นี้เกี่ยวกับการวิเคราห์และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับตัว Software ต่างๆที่ทำงานใน Vista หากคุณไม่ต้องการที่จะใช้มัน สามารถที่จะปิด 2 ตัวนี้ลงไปได้ครับ คุณสามารถดูเกี่ยวกับ Application ของ Service นี้ได้ใน Problem Reports and Solutions ข้างบน
Portable Device Enumerator Service
> เป็นการเรียกใช้ฟังค์ชันสำหรับ Syncronize กับอุปกรณ์ Media ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น MP3 ตัวอย่างได้แก่ ฟีเจอร์ Sync บน Media Player ที่มีไว้สำหรับถ่ายโอนไฟล์เพลงลงสู่เครื่องเล่น และฟีเจอร์อื่นๆ เช่นการ Sync ภาพ ลงบนอุปกรณ์ประเภท Removable Device
ReadyBoost
> ฟีเจอร์ ReadyBoost คุณสามารถอ่านได้ท้ายบทความ คุณสามารถปิดได้หากไม่ต้องการใช้งานคุณสมบัตินี้
Server
Workstation
> ฟีเจอร์นี้ควรทำงานควบคู่กัน โดย Server จะทำหน้าที่เปิดการทำงาน file and printer sharing และ Workstation จะรายงาน Server ให้เราเป็น Client หนึ่งในระบบ Network ถ้าหากตัวใดตัวหนึ่งถูกปิดไป คุณจะยังสามารถใช้งาน Network ได้ แต่ไม่สามารถ Browse Network ได้ ซึ่งได้แก่ การแสดงผลรายการ client บน Network Connection และการ Browse ด้วยการพิมพ์ IP ลงไปใน Network Connection เช่น \\192.168.0.1 และไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลบน Network ได้ แค่คุณยังจะสามารถใช้ Internet ที่ทำงานอยู่บนเครือข่าย Network ได้ตามปรกติ (หากคุณไม่คิดว่าจะใช้งานร่วมกับเครื่องอื่นๆในเครือข่าย นอกเหนือจากการใช้เน็ตเพียงอย่างเดียว คุณก็สามารถ Disable ฟีเจอร์นี้ได้)
Theme
> ความสวยงามย่อมแลกมาด้วยปริมาณการสิ้นเปลือง Resource นั่นหละ ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะเลือกปิดไหม Theme ก็ Desktop Theme ธรรมดาๆนั่นเอง
Windows Event Log
> Service ที่มีมานานตั้งแต่ Windows NT ที่จะทำการตรวจสอบ และบันทึกกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในระบบ ที่มีทั้งรายงานสภาพปรกติ รายงานปัญหา รายงานระบบ Security และ Dump File สำหรับ Blue Screen มีประโยชน์สำหรับ User ที่ต้องการตรวจสอบว่าเบื้องหลัง ระบบได้ทำงานแบบราบรื่นหรือไม่ เพื่อที่จะได้ทำการแก้ไขปัญหาต่างๆที่มาในรายงาน หากคุณไม่ต้องการที่จะตรวจสอบ ก็สามารถ Disable ได้
Windows Firewall
> ไม่มีคำอธิบายอะไรมากมาย เอาเป็นว่าคุณจะเลือกใช้ Firewall หรือไม่อันนี้แล้วแต่ครับ
WLAN AutoConfig
> การคอนฟิกค่าอัตโนมัติสำหรับ Wiress Lan หากคุณไม่ได้ติดตั้งแลนไร้สายก็ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องใช้ครับ
ปล.การปรับแต่งโดยอ้างอิงบทความนี้ Service ที่อยู่ในกรอบเหลือง ผมไม่ได้ปิดนะครับ เปิดการใช้งานตามปรกติในตอนนี้ผมจะกล่าวถึง Service ที่ได้ Disable ไป ซึ่งจะไม่ได้กล่าวทุกตัวนะครับ แค่เฉพาะบางตัวที่มีความสำคัญ ส่วนนอกเหนือจากนี้คุณสามารถอ่านคำอิบาย Service เพิ่มเติมได้จาก Properties ของ Service นั้นๆInternet Connection Sharing (ICS)
> สำหรับการแชร์ Internet โดยให้เครื่องเราเป็น Gateway
Messenger Sharing Folders USN Journal Reader service
> สำหรับเรียกใช้ Share Folder บน Msn Live (ต้องลง Msn Live Messenger ก่อน)
Offline Files
> สำหรับการเรียกใช้ File บน Domain ในแบบ Offline และทำการ Syncronize ไฟล์ที่ได้อัพเดตกลับลงใน Domain เมื่อ Host ทำการ Online อีกครั้ง (อันนี้ส่วนมากมีใช้งานในองค์กร)
Print Spooler
> สำหรับการเรียกใช้งาน Printer บนเครื่องของคุณ โดย Service นี้จะ Cache ไฟล์ที่ถูกสั่ง Print ลงบน Memory และทำการส่งไปยัง printer อีกทอดหนึ่ง
Program Compatibility Assistant Service
> Service นี้เกี่ยวกับ File and Compatibility บน Windows สำหรับรองรับแอพพลิเคชันที่อาจไม่ได้ถูกออกแบบสำหรับ Vista ให้สามารถทำงานได้
Remote Access Connection Manager
> Remote Desktop ไง ไม่ต้องอธิบายให้มาก
Security Center
> ปิดไปเลย (-- --"!
SL UI Notification Service
> เกี่ยวกับ Software Licensing ของ Microsoft สำหรับการตรวจสอบการลงทะเบียบผลิตภัณฑ์ (ควร Disable หากคุณใช้ Vista ที่ไม่ถูกลิขสิทธ์)
SSDP Discovery
> สำหรับการ Browse และ List แสดงรายชื่อของ Client และ Workgroup บนระบบเครือข่าย ( ได่แก่ เวลาที่คุณเข้าไปยังไอคอน Network ซึ่งจะแสดงเครื่องต่างๆบน Network รวมทั้ง Router และ Workgroup ของคุณด้วย หากคุณไม่ต้องการให้แสดงสามารถ Disable ได้ แต่คุณยังสามารถพิมพ์ IP ที่ช่อง Address เพื่อเชื่อมต่อไปยัง Client ต่างๆแทนได้)
Tablet PC Input Service
> สำหรับการใช้ อุปกรณ์บนเครื่อง Tablet PC เช่น ปากกา Styles บนจอ Touchscreen หากคุณไม่ได้ใช้งานบน Tablet PC คุณควร Disable เพื่อเพิ่ม Resource ของระบบ
TCP/IP NetBIOS Helper
> เป็นการ ใช้งาน NetBIOS บน TCP/IP ซึ่งเป็นการทำงานบนโปรโตคอลของ Network รุ่นเก่า
WebClient
> เป็นการใช้งาน Windows ให้สามารถแก้ไขไฟล์อยู่ใน Internet ได้ ในที่นี้ เช่น FTP Server ผ่านทาง Explorer (แต่คุณสามารถใช้โปรแกรม FTP แทนได้นะ ?)
Windows Defender
> หากคุณได้ปิด Windows Defender ที่เนื้อหาด้านบนแล้ว ที่ Service นี้ก็ควรปิดเช่นกัน
Windows Error Reporting Service
>การรายงานปัญหาไปยัง Microsoft โดยอัตโนมัติ แค่คุณสามารถเลือกปิดแล้วใช้ Problem Report and Solution ได้
Windows Media Center Extender Service
> อนุญาติให้ Media Center ทำการเชื่อมต่อไปยังเครื่องอื่นในเครือข่ายได้ ในที่นี้สำหรับการใช้ Media Center บน Server ในเครือข่าย ซึ่งจะสามารถ รับ-ส่ง แชร์ไฟล์มีเดียบน network ได้
Windows Search
> ระบบ Index Service ที่จะคอยสร้าง Index สำหรับเก็บ Address เพื่อไปถึงไฟล์ต่างๆบนเครื่อง มีประโยชน์สำหรับฟีเจอร์ Search ที่จะทำให้การค้นหาไฟล์ทำได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็กินทรัพยากรเครื่องไปในปริมาณที่ไม่น้อย การปิด Index Service จะทำให้การค้นหาทำได้ช้าลง เช่น จากการค้นหาไฟล์บน Windows จากปรกติ 10วิ อาาจะเป็น 20-30 วิได้ (แต่สำหรับผมจะปิดไป เพราะผมรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้ค้นหาช้าจนขี้เหร่ซักเท่าไหร่)
Windows Time
> Service ที่จะคอย Syncronize เวลาของระบบให้ตรงกับ Server ทีได้ตั้งไว้ (Defult คือ Microsoft Server) สามารถปิดได้ หากเวลาใน Bios ของคุณเดินได้เที่ยงตรง ไม่ได้ผิดเพี้ยนผิดปรกติไปแต่อย่างใด
Service นอกเหนือจากนี้ ผมตั้งค่าเป็น Manual ซึ่งจะเริ่มระบบเมื่อ Windows ต้องการเรียกใช้
และ Automatic (Delayed Start) ซึ่งจะทำการ Start โดยอัตโนมัติ แต่ไม่ทำงานในทันทีที่ Startup Windows
เสร็จสิ้นการ Tweak ด้วย Service หากมีปัญหา Windows ไม่สามารถเรียกใช้งาน Application หรือคำสั่งใดๆที่ถูก Disable ด้วย Service ได้ Windows จะฟ้องร้องว่า This Feature is Disable by Group Policy ซึ่งในหน้าต่าง Error นี้คุณจะยังสามารถ Link ไปยัง Diagnostic เพื่อตรวจสอบ Service ที่ไม่สามารถเรียกใช้งานได้ผ่านทาง Problem Report and Solutionต่อไปเราจะมาปรับแต่งระบบด้วยโปรแกรม TweakVI (
http://www.tweakvi.com ) ซึ่งจะสามารถปรับแต่งระบบในส่วนของ System Configuration สำหรับ Vista ได้ ซึ่งจุดเด่นที่สุดของโปรแกรมนี้ก็คือคุณสมบัติของการ Clear Prefetcher ที่ทำให้การบู๊ต Vista ของคุณ ไม่มีวันล่าช้า ?

เอาหละ เริ่มต้นที่หมวดแรก
System Infomation and Tweak
มาที่เมนูที่ 2 Hard drive information,optimization hard drives, hard drive tweaks...........
ซึ่งเราจะมาที่แทป Hide Disc drives/Hard drive tweaks (บางแทปผมอาจจะข้ามไม่ได้พูดถึง นั่นหมายความว่า ไม่มีการปรับแต่งที่แทปนั้นครับ)
สิ่งที่น่าสนในส่วนนี้คือ Disable autorun for...........

> Hard drives ควรอย่างยิ่งที่จะปิดการทำงานแบบ autorun เอาไว้ เนื่องจากว่าวอร์มสคริปต์ปัจจุบันนี้ มักนิยมทำการแนบสคริปต์ให้เรียก autorun ขึ้นมาจาก root ของ Harddrive ซึ่งสคริปก็จะมีการ Link เพื่อเรียกวอร์มโค้ดขึ้นมาทำงาน ทุกครั้งที่มีการดับเบิ้ลคลิ๊กไดร์ฟ (ใครนะมันคิดเขียนขึ้นมาน่าจับเบิ้ดกะโหลก) ดังนั้นการ Disable Autorun จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการป้องกันนี้ (ไม่มีผลต่อการ Boot Vista แต่อย่างใด)
> Removable Discs เหตุผลเช่นเดียวกันกับ Hard drives แต่เปลี่ยนการทำงานมาอยู่บน Removable Drive ของคุณแทน ซึ่งหากถูก autorun ไป ก็มีทางทีจะขยายขอบเขตของการแพร่กระจายลงสู่ Hdd เช่นกัน
แทปต่อไป 'Prefetcher' and 'Superfetch' optimization

เทคโนโลยี Prefetcher ที่มีบน Vista สามารถช่วยให้ผู้ใช้ Vista ทำงานได้เร็วขึ้น 15% ก่อนหน้านี้มีข่าวหลุดมาว่าสามารถใช้ feature นี้ใน XP ได้เช่นกัน แต่ทว่า เป็นเรื่องแหกตา เนื่องจาก Prefetcher หรือ Superfetch ใน Windows XP มีตัวทูลนี้อยู่ใน Shell ของ Windows จริง แต่ไม่มีสตริงคำสั่งสำหรับเรียกไฟล์นี้ใน Kernel ของ Windows จึงกลายเป็นว่า ใช้ใน Windows ไม่ได้ครับ แต่ใน Vista ทูลนี้มีประโยชน์ คือสามารถช่วยในการเคลียร์ Log ของ Prefetcher บน Vista ซึ่งผลที่ได้คือ ความเร็วในการบู๊ตที่เพิ่มขึ้นมาทันที หลังจากที่ลง Vista เดิมทีขีดแสดงผลที่หน้าจอบู๊ต คุณอาจมีถึง 20 ขีด แต่การ Optimize นี้ จะช่วยให้ย่นระยะเหลือไม่ถึง 10 ขีด (ของผมได้ 7 ขีด........ แนะนำให้ทำหลังเสร็จสิ้นการปรับแต่งทั้งหมดครับ เพราะการปรับแต่งยังต้องสร้าง Log อะไรขึ้นมาอีกเยอะ.........)
วิธีการใช้ คลิ๊ก 1-2 ตามที่เห้นนั่นหละ เป็นลำดับ
เมนูต่อไป รายการที่ 3 CPU tweaks, CD/DVD tweaks, system cache tweaks and other............
ซึ่งจะเริ่มที่แทป CPU and system cache related tweaks

รายการแรก CPU cache tweaks คุณสามารถเลือกชนิดของ CPU ให้ตรงกับที่คุณมีในเครื่องของคุณ เพื่อให้ TweakVI ทำการ tweak system Cache ให้เข้ากับ CPU ของคุณได้ แต่หลังจากที่คุณเลือกแล้ว ให้ทำการติ๊กถูกที่ Enable ข้างๆด้วย เพื่อทำการเรียกใช้งาน (* cpu intel พวกตระกูล core ขึ้นไป ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ core solo ไม่มีให้เลือกนะครับ ดังนั้นไม่ต้องเลือก ซึ่งเราจะไปปรับใน Vista Manager แทน)
CPU / Memory Usage รายการที่ 2-3 ให้เลือกเป็น Application นะครับ อีกอันมันของพวก File Server
รายการที่ 4 Core System Performance สำหรับแรมเครื่อง 512 ขึ้นไป ให้ Enable เพื่อทำการ Force Vista Core ลงในแรมระบบนะครับ (สำหรับผู้ที่มีแรมตั้งแต่ 512 ขึ้นไป ซึ่งผู้ที่ใช้วิสต้า ปรกติก็ต้องมีแรม 512 เป็นอย่างต่ำอยู่แล้ว)
รายการที่ 5 System Cache optimization ให้เลือกขนาด Cache ให้เหมาะสมกับคุณ โดยเทียบกับแรมที่คุณมีในเครื่องของคุณ (ในรายการเลือกจะมีบอกว่า ใช้สำหรับ แรมเท่าใด) อ่อ เลือกเสร็จแล้ว ติ๊กถูก Enable ด้วยนะครับ
แทปถัดไป CD/DVD Drive and other performance..........

สิ่งที่น่าสนใจ คือสิ่งที่ผมได้วงไว้ อันดับแรก
Don't set 'Always to do this' checkbox in.........
เป็นการกำหนดให้ autorun ไม่จดจำการกระทำของ autorun อาทิเช่น คุณได้กำหนด cd1 ให้เปิดทุกครั้งด้วย media player โดยบังเอิญ เมนูนี้ จะทำการยกเลิก การเปิดโปรแกรมให้โดยอัตโนมัติเมื่อคุณยัด cd ในรอบต่อไป
Disable the Windows Vista CD.......................
ถ้าหากคุณใช้ Software อื่นๆในการเขียนแผ่นอยู่แล้ว เช่น Nero คำสั่งนี้จะเป็นการยกเลิกฟีเจอร์เขียนแผ่นใน Vista ไม่ให้ถูกโหลดขึ้นมาเพื่อดึง Resource โดยไม่จำเป็น
Windows Vista CPU check routine
สามารถติ๊กได้ครั้งเดียว ซึ่งในการบู๊ตครั้งต่อไป เมนูนี้ก็จะไม่ถูกติ๊กถูกอีก (มีผลในการใช้งานครั้งเดียว) ซึ่งจะเป็นการสั่งให้ windows เช็ค routine เพื่อสำรวจว่า CPU ของคุณรองรับคำสั่งใดบ้าง และจัดการเกี่ยวกับการบริหารแรมให้เหมาะสมกับเครื่องของคุณในการบู๊ตครั้งต่อไป (กระทำครั้งเดียว แล้ว Vistaจะบันทึกค่า เพื่อโหลดนำมาใช้ในครั้งต่อไปโดยอัตโนมัติ)
Turn off program compatibility.................
ปิดการใช้ระบบสนับสนุน compatible mode ที่มีไว้สำหรับ application ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้รองรับ os ต่างๆกันไป (ไม่เกี่ยเกียวกับ compatible mode ใน properties เวลาคลิ๊กขวาที่ shortcut นะครับ สามารถ disable เพื่อเพิ่มความเร็วให้กับระบบได้ )
Optimize overall system....................
ทำการ optimize ระบบโดยการเพิ่มความสำคัญแก่การจัด IRQ และ เวลาใน Bios ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบ
Automatically close non-respone..............
ปิดโปรแกรมที่ไม่ตอบสนองโดยอัตโนมัติ โดยสามารถตั้งเวลาที่เหมาะสมกับการปิดได้ (หน่วยเป็น ms)
เมนูรายการที่ 4 ซึ่งได้แก่ EasyBCD เมื่อคลิ๊กแล้วจะทำการโหลดโปรแกรม EasyBCD จากทาง internet เพื่อทำการติดตั้งโปรแกรมดังกล่าว โปรแกรมนี้สำหรับจัดการ Bootloader ของ Vista ซึ่งผมจะไม่กล่าวถึงในส่วนนี้ (แต่โปรแกรมนี้ใช้งานได้ไม่ยาก เนื่องจาก Vista ไม่สามารถแก้ไข Bootloader ผ่านทาง boot.ini ได้อีกแล้ว เนื่องจากตรงนี้ เป็นจุดอ่อนของระบบการบู๊ตใน Windows ซึ่ง Vista สามารถให้คุณสามารถปรับแต่งได้ทาง bcdedit ซึ่งเป็นคำสั่งใน command line แทน [ช่างดูแล้วไม่สมกับ OS แห่งอนาคตเลยซักนิด] หรือทางเลือกที่ง่ายกว่านั้น ใช้ Easy BCD นั่นเอง)

เสร็จสิ้นการปรับแต่งที่หมวดแรก ต่อไปมาที่หมวด
Miscellaneous Tweak
เริ่มต้นที่แทปแรก Miscellaneous Tweak ผมวงไว้ 2 จุด คือ Disable the Windows Vista error report ซึ่งเป็นการยกเลิก Error Reporting บน Vista
และ Auto-Restart the Shell automatically......... สำหรับการกำหนดให้ Vista เริ่มต้น Explorer ใหม่ทุกครั้งเมื่อ Explorer เกิดอาการ crash
แทปต่อมา OEM Information สำหรับการกำหนดรายละเอียดของการติดตั้ง Vista ของคุณ ซึ่งได้แก่ ชื่อ-บริษัท ของคุณ รวมถึง CD-Key ของคุณ รวมถึงภาพที่คุณสามารถใส่ลงใน Vista ได้
เอาหละ ตอนแรกผมคิดว่าจะทำบทความให้จบในกระทู้เดียว แต่ผมคิดว่าด้วยความยาวที่เยอะมากๆ สำหรับผู้ใช้เน็ตที่ช้า คุณจะโหลดภาพเป็นเวลานานมาก......
อีกทั้ง บทความก็ยังมาได้แค่ครึ่งทาง ดังนั้นผมจึงจะแบ่งบทความนี้ออกเป็น 2 ตอน เตรียมพบกับตอน 2 เร็วๆนี้นะครั้บ (ขึ้นอยู่กับความเร็วในการพิมพ์ของผม และแรงสนับสนุนของทุกๆคนในที่นี้ อาจจะเสร็จวันนี้ก็ได้ ไม่รับรองครับ) ขอให้สนุกกับ OS ตัวใหม่ของคุณนะครับปล.หากมีเรื่องใดที่ผมได้อธิบายไปผิดพลาด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ เนื่องจากบทความทั้งหมดมาจากความเข้าใจของผมเองล้วนๆUpdate แก้ไขบทความล่าสุด 20/02/2007